ปัญญาประดิษฐ์ คือ the next big thing

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI คือเรื่องที่ถูกพูดถึงบ่อยขึ้นมากที่สุดเรื่องหนึ่งในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา แรกๆ ผมไม่ค่อยเชื่อนะว่า AI จะเป็น the next big thing ระดับเดียวกับการมาของ สมาร์ทโฟน ได้ เพราะมันดูเป็นอะไรที่ยังไกลตัว เหมือนอยู่ในนิยายวิทยาศาสตร์มากกว่า

แต่เมื่อเร็วๆ นี้ผมเริ่มจะเชื่อแล้วล่ะ

เหตุผลที่ทำให้เปลื่ยนความคิดก็อาจเป็นเพราะได้รู้จักเทคโนโลยีที่เรียกว่า Deep Learning ซึ่งอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ AlphaGo ที่เอาชนะเซียนหมากล้อมได้ หลักการของ Deep Learning คือ เราป้อนตัวอย่างจำนวนมากๆ ให้คอมพิวเตอร์ แล้วให้คอมพิวเตอร์สอนตัวมันเองด้วยการค้นหา “รูปแบบ” ซ้ำๆ ที่ซ่อนอยู่ในตัวอย่างจำนวนมากๆ เหล่านั้น วิธีนี้ทำให้คอมพิวเตอร์เปลี่ยนจากการเป็นแค่ผู้รันโปรแกรมที่คนเขียนให้ กลายเป็นผู้รันโปรแกรมที่เขียนโปรแกรมได้เอง ซึ่งแม้ว่าจะยังไม่ใช่การคิดเองได้เหมือนสมองของมนุษย์ แต่ผลลัพธ์ของมันคล้ายกับการที่มันคิดได้เองจริงๆ

ปัจจัยสำคัญของ Deep Learning คือ ต้องมีตัวอย่างจำนวนมากๆ ให้มันค้นหารูปแบบที่ซ่อนอยู่ ทำให้ Big Data กลายเป็นเรื่องที่ใหญ่มากในเวลานี้ เพราะมันคือตัวการสำคัญที่ผลักดันให้ AI ก้าวกระโดดได้ในเวลานี้ เราจึงมักได้ยิน AI กับ Big Data ไปด้วยกันอยู่บ่อยๆ

เร็วๆ นี้ AI จะเริ่มเข้าไปอยู่ใน Gadget ทุกอย่างที่เราใช้ ทั้งมือถือ ทีวี เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องซักผ้า ประตูบ้าน รถยนต์ และมันก็จะเปลี่ยนการทำงานของอุปกรณ์เหล่านี้ไปอีกระดับหนึ่ง คือ มันจะเดาได้ว่าเราอยากให้มันทำงานยังไง โดยที่เราไม่ต้องสั่งมันเลย เพราะมันรู้จักดูเอาจากพฤติกรรมในอดีตของเราได้เอง แน่นอนว่า เวอร์ชั่นแรกๆ คงดูโง่ๆ ก่อน แต่เมื่อมีคนใช้มากขึ้นเรื่อยๆ มีตัวอย่างมากขึ้นเรื่อยๆ มันก็จะค่อยๆ ฉลาดขึ้น รู้ใจเราทุกอย่างจนเริ่มน่ากลัว ตัวอย่างง่ายๆ ลองนึกถึงฟังก์ชั่น Dictation ในคอมพิวเตอร์สมัยก่อน เป็นแค่ของเล่นที่ใช้อะไรไม่ได้จริง แต่สมัยนี้ลองไปเล่นดูใหม่จะพบว่า มันทายเราว่าพูดว่าอะไรได้เก่งขึ้นมากๆ รู้จักทายจากบริบทว่าเป็นคำไหน ฯลฯ จนแทบจะใช้งานได้จริงๆ แล้ว ของอย่างอื่นก็เหมือนกัน

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ มันจะค่อยๆ เข้ามาทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ อย่าคิดว่าอีกนาน ผมว่าปรากฎการณ์นี้จะมาถึงเร็วกว่าที่คิด และอย่าคิดว่ามันจะทำได้แต่งาน Routine แม้แต่งานขายของอย่าง Telemarketing ในอเมริกา ที่โทรศัพท์มาขายของ ก็เป็นหุ่นยนต์มาตั้งนานแล้ว โอเคว่า ที่ผ่านมามันจะค่อนข้างห่วยจนมีหนังหลายเรื่องเอามาล้อเลียน แต่ด้วย AI ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ พวกมันจะเก่งขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคตอันใกล้ ตอนนี้มีบริษัทที่ใช้ AI แต่งเรื่องสั้น วาดรูป และเล่นโซเซียลเน็ตเวิร์ก ได้แล้ว เป็นไปได้ว่า พวกมันจะทำงานแทนมนุษย์ได้แทบทุกอาชีพในอนาคต พวกเราก็จะตกงานกันหมดในที่สุด

บางคนคิดว่าเป็นเรื่องน่ากลัว แต่ผมกลับคิดว่าไม่น่ากลัว ถ้าคนตกงานกันหมด ก็แจกเงินสิครับ แจกเงินให้คนไปซื้อบริการจากหุ่นยนต์เลย คนไม่ต้องทำงานก็มีกิน มันยิ่งดีกว่าคนต้องทำงานเพื่อให้มีกินเสียอีก มนุษย์ในยุคถัดไปจะสะดวกสบายยิ่งกว่ายุคของเรามาก ซึ่งไม่ใช่สิ่งเลวร้าย เพราะถ้าเราพัฒนา AI ไปถึงระดับนั้นได้แล้ว ผมเชื่อว่าทุกคนไม่ต้องทำงานก็ได้ แค่เอาพลังงานจากแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นของฟรี มาขับเคลื่อนหุ่นยนต์ทั้งหมด ให้ทำงานให้พลเมืองทุกคน เราก็สามารถทำให้ทุกอย่างเป็นของฟรีสำหรับทุกคนได้แล้ว ซึ่งเมื่อยุคนั้นมาถึง ย่อมเป็นเรื่องดีไม่ใช่เรื่องร้าย

แต่ถัดจากยุคนั้นไป จะเป็นยุคที่หุ่นยนต์เริ่มคิดได้ว่า เออ กูจะเชื่อฟังพวกมนุษย์ไปทำไม จับมนุษย์มาเป็นทาสเราแทนดีกว่า (หรือเรียกว่า มี General Intelligence แบบมนุษย์)  อันนี้สิน่ากลัว ถ้ายุคนั้นมาถึงจริงๆ ก็ตัวใครตัวมันล่ะครับ

 

Share

One thought on “ปัญญาประดิษฐ์ คือ the next big thing”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *