บล็อกเชน พันธะสัญญาใหม่

©

เรื่องหนึ่งที่บล็อกนี้ยังไม่เคยเขียนถึงเลย ไม่รู้พลาดไปได้ไงของเรื่อง เทคโนโลยี บล็อกเชน (Blockchain)

อันที่จริง Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่นำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายมาก แต่เพราะว่ามันโดนผูกติดอยู่กับ crytocurrency ซึ่งเป็นแค่การประยุกต์ใช้บล็อกเชนรูปแบบหนึ่งเท่านั้น ทำให้มันถูกมองในแง่ลบไปด้วย เพราะหลายๆ คนรู้สึกว่าคริปโตเป็นเรื่องของการเก็งกำไรเป็นหลัก และพวกเขาก็มีทัศนคติในเชิงลบกับการเก็งกำไร ทำให้ภาพของบล็อกเชนดูแย่ไปอย่างน่าเสียดาย อันที่จริง bitcoin อาจไม่ใช่เงินอิเล็กทรอนิกส์ที่คนเราใช้จริงในที่สุด เพราะ bitcoin มีสถาปัตยกรรมบางอย่างที่ไม่เอื้อต่อการทำธุรกรรมพร้อมๆ กันทีละมากๆ ในอนาคตเราคงใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์กันแน่ๆ แต่คงไม่ใช่ bitcoin แต่อาจเป็นคริปโตตัวอื่นที่เกิดขึ้นมาในภายหลังและแก้ไขข้อจำกัดของ bitcoin ไว้แล้ว

จริงๆ บล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยของข้อมูลแบบใหม่ ซึ่งกินความกว้างขวางกว่าคริปโตมาก ที่ผ่านมาเราใช้การเข้ารหัสข้อมูลในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งก็ใช้งานได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีช่องโหว่ที่เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ จากการใช้งานอย่างไม่ถูกต้องโดยผู้ปฏิบัติงาน แต่ถ้าเราใช้บล็อกเชน ไม่เพียงแค่ข้อมูลจะเข้ารหัสเท่านั้น แต่ข้อมูลยังถูกเก็บโดยมีลำดับการจัดเก็บที่แน่นอน สลับกันไม่ได้ และชุดข้อมูลยังถูกสำเนาเก็บไว้ในหลายๆ ที่ด้วย ดังนั้น ถ้ามีใครคิดจะ hack ข้อมูลบางส่วน ระบบจะรู้เลย เพราะว่าลำดับของข้อมูลจะผิดไปด้วย ถ้าจะเปลี่ยนข้อมูลก็ต้องเปลี่ยนทั้งหมด ซึ่งยากเอาการอยู่

และถึงแม้จะแอบเปลี่ยนข้อมูลทั้งหมดได้จริง ก็ยังต้องเปลี่ยนให้เหมือนกันหมดในทุกๆ ที่เก็บด้วย เพราะการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในบล็อกเชนจะใช้การโหวต ข้อมูลจากทุกแหล่งอย่างน้อยครึ่งหนึ่งจะต้องรับรองความถูกต้องของข้อมูล ดังนั้น ถ้าจะ hack ก็ต้อง hack เซิร์ฟเวอร์ที่กระจายอยู่ทั่วโลก ให้ได้ ซึ่งยิ่งทำให้ยากขึ้นไปอีก บล็อกเชนจึงสร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูลในระดับที่สูงกว่าปัจจุบัน

เราสามารถใช้บล็อกเชนกับฐานข้อมูลอะไรก็ได้ ไม่ใช่แค่ฐานข้อมูลการใช้เงินของแต่ละคนเท่านั้น ดังนั้น บล็อกเชนจึงมีที่ใช้อย่างกว้างขวางในอนาคต

แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าเรื่องความปลอดภัยก็คือ การที่บล็อกเชนเก็บข้อมูลไว้ในทุกๆ โหนด จึงไม่มีใครเป็นจุดศูนย์กลาง หรือเคลมความเป็นเข้าของข้อมูลได้ ตรงนี้ยิ่งใหญ่กว่าเรื่องความปลอดภัยเสียอีก เพราะเชื่อกันว่า ถ้าข้อมูลทุกอย่างเป็นบล็อกเชน จะลดการผูกขาดต่างๆ ได้ เช่น แทนที่ข้อมูลโซเซียลของทุกคนจะอยู่กับเฟสบุ้คคนเดียว ต่อไปอาจจะอยู่บนเครือข่ายที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ทำให้เราไม่ต้องกลัวเฟสบุ้คจะทำมิดีมิร้ายกับเรา หรือเอาข้อมูลของเราไปหาประโยชน์ หรือผูกขาดธุรกิจโฆษณาไว้คนเดียว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบล็อกเชนจะปลดล็อกทางเทคโนโลยีได้แล้ว แต่ก็อาจติดกำแพงทางเศรษฐศาสตร์ และการเมืองได้ เพราะคนที่เคยเป็นเจ้าของข้อมูล เช่น เฟสบุ้ก หรือรัฐบาล คงไม่ยอมให้เกิดระบบใหม่ง่ายๆ

ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าบล็อกเชนจะทำสิ่งที่มันสัญญาไว้ได้ขนาดไหนในทางปฏิบัติ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*