ชีวิตในยุคกลาง

©

ยุคกลางเป็นยุคที่ชีวิตคนมีความยากลำบากสูงมาก มีแต่ขุนนางเท่านั้นที่สุขสบาย แต่ขุนนางก็มีจำนวนน้อยมากๆ คนส่วนใหญ่คือต้องใช้แรงงานให้กับขุนนาง แทบไม่มีวันหยุด จะมีเวลาว่างบ้างก็ต้องทำงานเพื่อเก็บเป็นของตัวเอง แต่ก็ต้องนำส่วนหนึ่งไปจ่ายภาษีให้กับโบสถ์อีก ทำให้ภาวะอดอยากเป็นเรื่องปกติ สุขอนามัยของคนในยุคกลางก็แย่มาก เพราะยังไม่มีความเข้าใจเรื่องเชื้อโรค ทำให้มีโรคระบาดอยู่เสมอ รวมๆ แล้ว คนในยุคกลางจะต้องเผชิญกับหายนะอยู่ตลอดเวลา ไม่โรคระบาด ก็ภาวะอดอยาก หรือไม่อย่างนั้นก็เจอสงคราม ซึ่งมีอยู่เรื่อยๆ

สังคมในยุคกลางจัดระเบียบด้วยระบบศักดินา คือขุนนางเป็นเจ้าของที่ดินจำนวนมาก (ที่เหลือเป็นของโบสถ์) และทุกคนจะต้องถูกเกณฑ์ให้มาทำไร่นาเพื่อเก็บผลิตให้ขุนนาง คนในยุคกลางไม่มีความคิดเรื่องอยากเป็นอิสระ เพราะเกิดมาก็อยู่ในระบบแบบนี้แล้ว ไม่สามารถคิดหรือจินตนาการวิถีชีวิตรูปแบบอื่นๆ ได้ ในปลายยุคกลาง คนเริ่มมีเงินมากขึ้น แต่ก็มีการออกกฎหมาย Sumptuary Law ห้ามคนจนแต่งตัวหรูหราเหมือนขุนนาง ทุกคนจะต้องแต่งกายให้ตรงกับวรรณะของตัวเองเท่านั้น ต่อให้มีเงินทองมากขึ้นก็ตาม

และประชาชนก็ยินดีส่งภาษีให้กับโบสถ์ เพื่อกลัวบาป ความเชื่อเรื่องโลกนี้มีพระเจ้าฝังอยู่ในทุกมิติของชีวิตมาตั้งแต่เกิดแล้ว พวกเขาจึงไม่รู้สึกสงสัยเลยแม้แต่นิดเดียวว่าพระเจ้ามีจริงหรือไม่ ทำให้เต็มใจทำทุกอย่างเพื่อศาสนา ซึ่งถ้าหากจะมองในอีกแง่หนึ่ง มันก็คือวิธีการควบคุมคนให้ใช้แรงงานแบบหนึ่ง

อาหารส่วนใหญ่ที่คนจนได้กินคือธัญญาพืชต่างๆ เช่น ข้าว ไลน์ บาร์เลย์ ถ้าเป็นข้าวสาลีจะสงวนไว้สำหรับขุนนาง และได้กินผักบ้าง ส่วนเนื้อสัตว์นั้นได้กินน้อยมากๆ เพราะราคาแพงมาก ปลาเป็นเนื้อสัตว์ที่คนจนจะมีโอกาสได้กินมากที่สุด

อายุขัยเฉลี่ยของยุคกลางคือ 35 ปี  แต่จริงแล้วก็คือ เด็กราวครึ่งหนึ่งจะตายก่อนเข้าสู่วัยรุ่น และคนที่มีชีวิตรอดพ้นวัยรุ่นไปได้เท่านั้นที่จะมีอายุยืนยาวถึง 60 ปี ถ้าไม่โดนโรครุมเร้าไปก่อน ซึ่งสมัยนั้นการแพทย์ยังล้าหลังอยู่มาก ทำให้โรคจำนวนไม่น้อยเป็นแล้วต้องตายอย่างเดียว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*