เราอยู่ในโลกทุนนิยม

©

เรามีชีวิตอยู่ในโลกยุคทุนนิยม

สิ่งที่ทำให้ทุนนิยมขับเคลื่อนไปได้คือ แรงงานจำนวนหนึ่งที่ผลิตสินค้าและบริการทั้งหลายออกมา และแรงงานจำนวนเดียวกันก็ได้รับค่าจ้างเป็นค่าตอบแทน เพื่อนำค่าจ้างเหล่านั้นมาซื้อสินค้าและบริการเหล่านั้นอีกที หมุนเวียนไปเรื่อยๆ

ถ้าหากวงจรนี้ทำงานเป็นปกติ โลกก็จะหมุนไปได้ แต่ถ้าวงจรนี้สะดุด ระบอบทุนนิยมก็จะเกิดปัญหา

ด้วยการสะสมทุน และปัจจัยการผลิต โลกทุนนิยมมักจะมีคนจำนวนน้อยเสมอที่เป็นผู้ประกอบการ หรือเรียกว่านายทุนนั่นเอง นายทุนคือผู้เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต ซึ่งต้องการแรงงานจำนวนมากมาทำงานให้ และจ่ายเงินเดือนให้เป็นค่าตอบแทน เพื่อให้แรงงานเหล่านั้นนำเงินกลับมาซื้อสินค้าและบริการจากนายทุนให้หมด ถ้าสินค้าขายหมด นายทุนก็มีกำไร ก็มีเงินมาจากแรงงานให้มาทำงานต่อ เช่นนี้ไปเรื่อยๆ

ในมุมมองของนายทุน นายทุนจึงไม่อยากให้คนส่วนใหญ่ไปทำอะไรอย่างอื่น นอกจากเป็นลูกจ้างแรงงาน เพราะนอกจากจะทำให้มีแรงงานเพียงพอแล้ว ลูกจ้างยังไม่ไปทำธุรกิจเพื่อมาแข่งขันกับนายจ้างด้วย

และในด้านของดีมานด์ นายจ้างก็ไม่อยากให้คุณทำอะไรเป็นนอกจากงานที่บริษัท เพื่อที่ว่าคุณจะได้ต้องซื้อทุกอย่างเอา คุณจะได้ใช้เงินเดือนทั้งหมดของคุณไปกับการซื้อสินค้าและบริการ ไม่ต้องเหลือเก็บ สินค้าขายหมด กำไรก็สูง ซึ่งก็เป็นเรื่องดี เพราะธุรกิจมีกำไรดี ก็จะมีกำลังจ้างงาน คุณก็จะไม่ตกงานด้วย ทุกคนแฮ๊ปปี้หมด

ในมุมมองของคุณเองก็เหมือนกัน หน้าที่ของเราคือหางานที่ทำให้เรามีเงินเดือนให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้นำเงินนั้นมาซื้อของทุกอย่างที่เราต้องการ เพราะว่าเราทำอะไรอย่างอื่นไม่เป็นเลย นอกจากงานที่บริษัทเราเอง ถ้าเราอยากได้อะไร ต้องใช้เงินซื้อเอาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยสี่ ของฟุ่มเฟือย หรือแม้แต่ตัวตนของเราเองก็สามารถหาซื้อได้จากการเป็นเจ้าของสินค้าแบรนด์ต่างๆ ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนในแบบที่เราต้องการ แอ๊ปเปิ้ล อีเกีย ยูนิโค่ สตาร์บัคส์ อยากเป็นแบบไหนก็เลือกซื้อเอาได้เลย ไม่ต้องทำเอง ตัวตนก็มีขาย อันที่จริงนายทุนนั่นแหละที่ออกแบบให้คุณว่าคุณอยากเป็นอะไรผ่านการโฆษณา ซึ่งจะนำไปสู่ทางเลือกที่เป็นการซื้อสินค้าและบริการเสมอ แต่คุณเข้าใจว่าคุณเป็นคนที่อยากได้สินค้าและบริการเหล่านั้นเอง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทุกคนเอาเงินกลับมาหมุนเวียในระบบไม่ออกนอกลู่นอกทางทำให้ระบบเดินต่อไปได้

ฉะนั้น หาเงินเดือนให้ได้มากที่สุดก็พอ สมัยนี้เขาถึงบอกว่า เงินสำคัญที่สุด เพราะเรามีชีวิตอยู่ในเมืองไม่ได้ถ้าหากว่าไม่มีเงิน และคนเมืองทำอะไรเองไม่เป็น ทำอาหาร ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ซ่อมบ้าน เหล่านี้ทำเองไม่เป็นทั้งนั้น เราต้องซื้อเอาอย่างเดียว การหาเงินให้ได้มากที่สุดจึงเป็นเป้าหมายชีวิตที่ตรงประเด็นที่สุดแล้ว

คนที่คิดว่าจะต้องมีอาชีพอิสระ เป็นนายตัวเอง เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว หรือคิดว่าจะต้องปลูกผักกินเอง ซ่อมบ้านเองเป็น ฯลฯ พวกนี้คือพวกที่คิดจะ fight ระบบ เป็นพวกแกว่งเท้าหาเสี้ยน นายทุนเขาออกแบบระบบดีๆ ง่ายๆ เร็วๆ มาให้เราอยู่แล้ว และถ้าทุกคนทำตาม ทุกอย่างก็เดินไปได้ ไม่สะดุด ทุกคนก็อยู่ได้ แม้ว่าจะไม่รวยเท่านายทุน แต่มีรายรับแน่นอน สามารถเอาเวลาไปทุ่มกับด้านอื่นของชีวิตได้ เช่น หาแฟน เลี้ยงลูก ฯลฯ แต่ พวกจะคิดจะออกจากระบบคือพวกอยู่ดีไม่ว่าดี ขี้สงสัยในระบบ พยายามจะหนีออกมา ซึ่งก็แน่นอนว่า ต้องมีชีวิตที่ยาก เปรียบเสมือนพวกจ่านิว หรือวีระ สมความคิด ในทางการเมือง คือ ยอมโดนจับ ยอมขึ้นศาล ยอมโดนรังเกียจ ยอมสูญเสียทุกอย่าง เพื่อแลกกับเสรีภาพทางการเมืองอย่างเดียว จึงไม่ใช่ชีวิตที่สุขสบาย

ถ้ารู้อย่างนี้แล้วก็ยังอยากจะออก ก็ค่อยออกมา มิฉะนั้นก็ลืมเรื่องเหล่านี้ไปซะ ตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาวิธีทำให้มีเงินเดือนให้ได้มากที่สุด อยากได้อะไร หรืออยากเป็นอะไร ก็ใช้วิธีซื้อเอา สบายๆ

จะว่าไปเรื่องนี้คล้ายกับแนวคิดในหนังเรื่อง the Matrix ซึ่งเมื่อก่อนตอนที่ผมดูหนังเรื่องนี้ผมดูไม่รู้เรื่องเลย เพราะผมเป็นส่วนหนึ่งของระบบ ทำให้ผมไม่สามารถสงสัยในระบบได้ และออกจะปกป้องระบบเสียด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ผมมองเห็นอย่างเดียวกันกับในหนังเลย ดูเหมือนมนุษยชาติจะต้องมีระบอบอะไรสักอย่างเพื่อใช้ปกครองคนในอยู่ในอาณัติ มันแค่เปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อยๆ

One thought on “เราอยู่ในโลกทุนนิยม”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*