The Frankfurt School – บริโภคนิยม

©

เดี๋ยวนี้ผมมีแนวคิดทำนองว่า ทุกคนถูกหลอกโดยชนชั้นปกครอง (กลุ่มทุน) ให้มีค่านิยมในแบบที่เอื้อต่อการซื้อสินค้าและบริการของกลุ่มทุน โดยที่บางทีเราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ นึกว่าเรามีค่านิยมแบบนั้น เพราะว่าเราคิดได้เอง

แต่ก็คิดด้วยว่า เราอาจจะมองโลกในแง่ร้ายมากเกินไปรึเปล่า จนกระทั้งเมื่อเร็วๆ นี้ได้รู้ว่า ที่จริงแล้ว มีกลุ่มคนที่คิดแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ก่อนผมเกิดเสียอีก แถมยังคิดได้ลึกซึ้งกว่าด้วย นั่นคือ แนวคิดของพวก The Frankfurt School

พวก Frankfurt School เชื่อว่าโลกเสรีประชาธิปไตยทุกวันนี้ก็ยังเป็นโลกเผด็จการอยู่เหมือนเดิม แต่เป็นเผด็จการในระดับที่ลึกกว่า นั่นคือ ล้างสมองให้เราเชื่อและทำตามผู้นำไปเอง โดยที่เราไม่รู้ตัว หรือคิดว่าตัวเองเป็นคนที่มีความต้องการที่จะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้เอง ทั้งที่จริงๆ แล้ว ชนชั้นปกครองเป็นผู้ล้างสมองเราในแบบที่แนบเนียนกว่าสมัยก่อน

อย่างเช่น เราอาจจะคิดว่าเรามีสิทธิเลือกตั้ง แต่ที่จริงแล้ว ชนชั้นปกครองจัดตัวเลือกมาให้เราเลือกแค่สองตัวเลือก (พรรคการเมืองใหญ่มักมีสองพรรคการเมือง) และไม่ว่าเราจะเลือกพรรคไหน ก็เข้าทางพวกเขาอยู่ดี เราไม่สามารถมีพรรคทางเลือกแล้วชนะการเลือกตั้งได้เลย เพราะกลไกทุกอย่างถูกวางไว้ในพรรคใหญ่สองพรรคเท่านั้นที่มีโอกาสชนะการเลือกตั้งได้

ชนชั้นปกครองเป็นเจ้าของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ซึ่งต้องการคนจำนวนมากมาทำงานระดับปฏิบัติการให้ และในเวลาเดียวกัน ก็ต้องการคนจำนวนมากมาซื้อสินค้าและบริการที่กลุ่มทุนผลิตได้ ดังนั้น กลุ่มทุนจึงโปรแกรมสมองของคนส่วนใหญ่ (แมส) ผ่านทางการโฆษณา หรือสื่อต่างๆ ให้มีค่านิยมชีวิตที่เอื้อต่อความเจริญของกลุ่มทุน เช่น อยากทำงานบริษัทใหญ่ๆ เงินเดือนเยอะๆ เพื่อจะได้เป็นเจ้าของบ้านและรถ ใช้สมาร์ทโฟน ฯลฯ เพื่อให้กิจการขนาดใหญ่ดำเนินไปได้ เราต่างตกอยู่ใต้อิทธิพลของ mass media เช่น ช่วงไหนออกผลิตภัณฑ์ทำให้จักแร้ขาว ก็โฆษณาเยอะๆ เพื่อทำให้ทุกคนคิดว่าคนอื่นๆ ก็นิยมคนที่จักแร้ขาวกันทั้งนั้น จึงบังคับให้เราต้องมีจักแร้ขาวไปด้วย ทั้งที่จริงๆ แล้ว อาจไม่มีใครเลยที่อยากจักแร้ขาวตั้งแต่แรก ถ้าเราไม่ได้คิดให้ดี เราจะรู้สึกไปเองว่า เราเองเป็นคนที่อยากจักแร้ขาว ซึ่งเป็นการล้างสมองในแบบที่แนบเนียนที่สุด

คนยุคใหม่อาจรู้สึกว่าตัวเองชอบอะไรที่ง่ายๆ สะดวกสบาย เพราะว่าเราเป็นคนชื่นชอบเทคโนโลยี แต่ที่จริงแล้ว เราอาจถูกหล่อหลอมให้เป็นแบบนี้ เพื่อให้เราต้องซื้อสินค้าและบริการจากกลุ่มทุน เนื่องจากเราทำอะไรด้วยตนเองไม่เป็นเลย และวิธีเดียวที่เราจะมีเงินมาซื้อสินค้าบริการได้ ก็คือต้องไปทำงานเป็นลูกจ้างในบริษัทของกลุ่มทุน ถ้าจะไปทำธุรกิจส่วนตัวมาแข่งกับกลุ่มทุน ถึงตอนจริงๆ จะทำไม่ได้ เพราะว่าเราเคยชินแต่การทำอะไรง่ายๆ ลงมือทำเองไม่เป็น

The Frankfurt School จึงมองปัญหาสังคมยุคใหม่ว่ายังเป็นสงครามชนชั้นอยู่เช่นเดิม แต่เปลี่ยนรูปแบบของการต่อสู้ไปให้แนบเนียนมากขึ้น บางทีก็จัดว่า Frankfurt School เป็น neo-marxist อย่างหนึ่ง เพราะมองปัญหาสังคมเป็นเรื่องชนชั้น

ที่แปลกอีกอย่างคือ the Frankfurt School เชื่อว่า การต่อสู้ด้วยการประท้วงหรือปฏิวัติแบบมาร์กซ์ เป็นวิธีที่จะใช้ไม่ได้ผลในสังคมแบบใหม่ แต่พวกเขาเชื่อว่าต้องต่อสู้แบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าๆ และอาวุธในการต่อสู้ต้องไม่ใช่ความรุนแรง แต่เป็นอาวุธอย่างเช่น ศิลปะ เช่น เพลงที่มีเนื้อหากินใจ และสอดแทรกการตื่นรู้เรื่องปัญหาชนชั้นเข้าไปลึกๆ ด้วย เพราะคนถูกล้างสมอง ถ้าเราไปบอกว่าเขาถูกล้างสมอง นอกจากเขาจะไม่ขอบใจเราแล้ว เขายังโกรธเราด้วยซ้ำ การถูกล้างสมองจึงต้องแก้ด้วยการล้างสมองกลับเท่านั้น ใช้ความรุนแรงไม่ได้

ก็ไม่รู้ว่าบังเอิญรึเปล่า แต่ช่วงหลังนี้ผมรู้สึกว่า ศิลปะ เท่านั้นที่เป็นสิ่งที่มีค่าของมนุษย์ชาติ (นอกเหนือไปจากนวัตกรรม) อาจไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ก็เป็นความเหมือนที่ประหลาดดี

อ้างอิง : The Frankfurt School by Philosophize this!

One thought on “The Frankfurt School – บริโภคนิยม”

  1. หนังเรื่อง ไอซ์แลนด์ ก็หลอกพวกโคลนนิ่ง ให้อารมดี สติปัญญาต่ำ หลอกว่า โลกมีภัยปนเปื้อนสาร ในวันเข้าโรงเชือดก็ หลอกว่า ถูกรางวัลแจ๊คพอต อีก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*