โลกยุค turmoil กับการมีกลยุทธ์

กลยุทธ์เป็นแนวคิดที่เชยไปแล้วหรือยัง ในยุคโลกหมุนเร็ว

โลกยุคนี้หมุนเร็วมาก เร็วเกินกว่าจะตั้งรับได้ทัน

พอเราจะตั้งใจทำอะไรหน่อย กว่าจะฝึกจนเก่ง ทำจนคล่อง ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปอีกแล้ว อย่างใครจะสร้างแบรนด์ สร้าง credibility ตอนแรกสร้างบนเว็บไซต์ แปร๋บเดียวทุกคนย้ายไปอยู่ในเฟสบุ้ก ก็ต้องตามไปให้ทัน ประเดี๋ยวเฟซบุ้กเน้นวีดีโอ ก็ต้องเปลี่ยนไปทำวิดีโอบ้าง เพื่อแย่งความสนใจ ไหนคนจะใช้ไลน์เยอะอีก ไม่รู้ว่าวันหน้าทุกคนจะเปลี่ยนมาอยู่แต่ในไลน์แทนเฟสบุ้กมั้ย หรืออีกสองสามปีอาจจะมีแฟลตฟอร์มใหม่มาแทนเฟซบุ้กแบบเดียวกับที่เฟซบุ้กมาแย่ง hi5 จนร้างเลยรึเปล่า ทุกคนต้องพร้อมปรับตัวไปสู่สิ่งใหม่ได้ตลอดเวลา

ในยุคที่คำว่าความเปลี่ยนแปลงเป็นเสมือนโลโก้ประจำยุค คำถามที่เริ่มเกิดขึ้นคือ ถ้าอย่างนั้น คำว่า กลยุทธ์ (strategy) หรือยุทธศาสตร์ ยังใช้ได้อยู่อีกมั้ย เพราะยุทธศาสตร์โดยเนื้อแท้ของมันคือการเลือกปักหลักอยู่กับอะไรสักอย่างหนึ่ง เพื่อให้เราทำสิ่งนั้นได้ดีกว่าคนอื่น ก่อให้เกิดเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน แต่ในเมื่อทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา การปักหลักอยู่กับอะไรสักอย่างหนึ่ง สุดท้ายแล้ว ถ้าทุกอย่างเปลี่ยนไปอีก ก็เหมือนลงทุนลงแรงไปแบบเสียเวลาเปล่า ต้องวิ่งไปหาสิ่งใหม่ให้ทันคนอื่นอีกอยู่ดี แบบนี้การจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพื่อสร้างสิ่งนั้นๆให้ดีจนเกิดความเป็นเลิศจะยังเป็นแนวคิดที่ใช้ได้ผลอยู่รึเปล่า

dotcom ในยุคเริ่มต้น เป็นยุคที่เราคุ้นเคยกับชื่อของ Yahoo!, Amazon, Ebay, Netscape น่าแปลกที่ชื่อเหล่านี้ตายไปหมดแล้ว เหลือแค่ Amazon ตัวเดียวเท่านั้น มิหน่ำซ้ำ Amazon ยังดูแข็งแกร่งขึ้นกว่าสมัยก่อนเสียอีก ถ้าอย่างนั้น อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ Amazon ต่างจากคนอื่น อะไรทำให้มันยังอยู่ได้เสมอในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วมากแบบหน้ามือเป็นหลังมือตลอดเวลา

ถ้าดูผิวเผิน จะรู้สึกว่า Amazon เป็นบริษัทที่ไม่มีกลยุทธ์ เพราะทำทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยังเรือรบ พอเขาเห่ออะไรกัน ก็วิ่งเข้าไปทำบ้าง ตั้งแต่อีบุ้ก สตรีมมิ่ง แท็บเล็ต Echo เว็บรีวิวต่างๆ ผลิตภาพยนตร์ ขายของแฮนเมด ขายสินค้าออกานิค ฯลฯ จับปลาร้อยมือ

หรือว่า ความคิดที่ว่า ยุคนี้ไม่ต้องมีกลยุทธ์แล้ว แค่วิ่งตามกระแสไปเรื่อยๆ ให้ทัน เวิร์กกว่า จะเป็นความคิดที่ถูกต้องจริงๆ ถ้าหากดูจากวิธีทำธุรกิจของอเมซอน

แต่ถ้าดูจากคำให้สัมภาษณ์ของ Jeff Bezos เอง ก็อาจไม่ใช่แบบนั้น Jeff บอกว่า ในขณะที่คนอื่นพยายามคาดเดาให้ถูกว่าอะไรจะเป็น the next big thing ต่อไป จะได้วิ่งเข้าไปให้ทัน ซึ่งโอกาสที่จะเดาถูกล่วงหน้า จริงๆ แล้วมีน้อยมากๆ ตัวเขาเองกลับโฟกัสกับการตั้งคำถามที่ว่า อะไรบ้างที่จะไม่มีวันเปลี่ยนไปในอนาคต ตัวอย่างเช่น ไม่ว่าสนามรบของการค้าปลีกจะเปลี่ยนรูปแบบไปยังไง สิ่งที่ลูกค้ายังต้องการเสมอคือ ราคาถูกกว่า และบริการจัดส่งที่รวดเร็วกว่า แล้วเขาก็โฟกัสกับสิ่งเหล่านี้แทน ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปยังไง ถ้าเทคโนโลยีใหม่ทำให้สินค้าถูกลง จัดส่งได้เร็วขึ้น เราก็พร้อมจะไปเสมอ

ฟังดูแล้วเหมือนกับการมีกลยุทธ์มากกว่าไม่มีนะครับ

 

 

One thought on “โลกยุค turmoil กับการมีกลยุทธ์”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*