ปรัชญาของ Soren Kierkegaard

ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาของ Existentialism

Soren Kierkegaard เป็นนักปรัชญาชาวเดนมาร์ก ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นนักปรัชญา Existentialism คนแรก

SK เห็นว่า ความจริงในโลกนี้แบ่งออกเป็นสองแบบ คือ Objective กับ Subjective คนเราเคยชินกับความจริงแบบ Objective เช่น ความจริงแบบวิทยาศาสตร์ จนบางครั้งเราเหมารวมว่าความจริงทุกแบบย่อมจะต้องเป็นจริงเสมอโดยไม่เกี่ยวกับเรื่องเฉพาะบุคคล แต่ความจริงแล้ว ความจริงหลายอย่าง ตัวอย่างเช่น เรื่องศีลธรรม เป็นความจริงแบบ Subjective คือ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องตรงกันทุกคน เป็นเรื่องที่อยู่เหนือตรรกะ และปรัชญาชีวิตก็เป็นความจริงแบบนี้ด้วย

SK จึงเห็นว่า จุดมุ่งหมายของชีวิต จึงเป็นเรื่องปัจเจก เราไม่สามารถรับเอาคำสอนหรือคำบอกเล่าของคนอื่นมาใช้ได้เลย หรือแม้แต่การนั่งคิดใช้เหตุผลเอา แต่เราต้องค้นหาจุดมุ่งหมายของชีวิตของเราเองผ่านการมีประสบการณ์ชีวิต

SK เห็นว่า ชีวิตมนุษย์เต็มไปด้วยทางเลือก ซึ่งเราไม่ชอบสภาวะแบบนี้ เพราะเรากลัวว่าเมื่อเราเลือกไปแล้วจะเป็นทางเลือกที่ผิด คนจำนวนหนึ่งจึงเลือกที่จะไม่เลือกอะไรเลย ปล่อยให้ชีวิตผ่านไปวันๆ โดยเปล่าประโยชน์ ได้แค่คิด แต่ไม่กล้าลงมือทำ ทำให้ไม่เกิดประสบการณ์ชีวิต จึงสร้างคุณค่าของชีวิตขึ้นมาไม่ได้ คนอีกจำนวนหนึ่ง (ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ยิ่งกว่า) ใช้วิธีพึ่งพาสิ่งภายนอกให้เลือกทางชีวิตแทนให้ เช่น ผู้นำ ศาสนา ประเพณี ฯลฯ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องตัดสินใจเลือกทางชีวิตด้วยตัวเอง ทำตามๆ กันไป แบบไม่ต้องคิด SK เรียกคนแบบนี้ว่า Mass Man และเห็นว่าคนเหล่านี้ไม่เคยมีชีวิตอยู่อย่างแท้จริง เป็นชีวิตที่ดูผิวเผินแล้วเหมือนมีความสุข แต่ลึกๆ แล้วมีความรู้สึกสิ้นหวังที่ซ่อนไว้อยู่

แต่ถึงคนเราจะกล้าตัดสินใจเลือกทางเลือกชีวิตของเราเอง แล้วลงมือ เราก็จะพบว่า ชีวิตแบบนั้นก็เป็นชีวิตที่ไม่รื่นรมย์อยู่ดี เพราะเป็นชีวิตที่ยาก ต้องใช้ความกล้า ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนตลอดเวลา โอกาสที่จะผิดหวังก็มีมาก เป็นภาวะที่พบแต่ Anxiety (แต่ถึงกระนั้น SK ก็เห็นว่า คนที่กล้าใช้ชีวิตแบบนี้ มีความเป็นมนุษย์ที่แท้จริงมากกว่า Mass Man) พวกเขาเป็นคนที่มีความเชื่อ คือเชื่อในทางที่ตัวเองเป็นคนเลือก มุ่งมั่น มีพลัง ไม่ใช่เชื่อแบบงมงาย (SK ใช้คำว่า leap of faith) แม้ว่าจะเป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยอุปสรรคก็ตาม SK เชื่อว่าคนแบบนี้ไม่เสียแรงที่ได้เกิดมา

ชีวิตส่วนตัว SK เลือกที่จะเป็นคริสเตียนที่เคร่งครัด แต่เขาไม่เหมือนกับคริสเตียนที่เคร่งครัดส่วนใหญ่ ซึ่ง SK มองว่าคนเหล่านั้นแค่เชื่อตามๆ กันไป ยีดติดกับคำสอนของโบสถ์หรือไบเบิล คริสเตียนที่แท้จริงคือคนที่สามารถสงสัยในศรัทธาได้ และเป็นผู้ที่เข้าถึงพระเจ้าผ่านประสบการณ์ที่เฉพาะตน ภายนอกพวกเขาจึงดูเหมือนๆ กับ Mass Man แต่ลึกๆ แล้วกลับแตกต่างกัน

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*