Arthur Schopenhauer ฉบับพกพา

อธิบายแนวคิดเรื่อง Will to Live ของ อาเธอร์ โชเพนฮาวเออร์ ให้เข้าใจแบบง่ายๆ

Arthur Schopenhauer เป็นนักปรัชญาชาวเยอรมัน แนวคิดที่สำคัญที่สุดของ AS คือ Will to Live (จากหนังสือของเขาชื่อ World as will and representation)

แนวคิดนี้บอกว่า โลกของเราไม่ได้เป็นไปโดยอิสระ แต่อยู่ภายใต้เจตจำนงอันหนึ่งที่มองไม่เห็น เรียกว่า Will to Live ที่คอยกำหนดว่าโลกต้องเป็นไปยังไง และมนุษย์ก็ตกอยู่ภายใต้แรงขับอันนี้โดยไม่รู้ตัวด้วยเช่นกัน

อิทธิพลของ Will to Live ต่อมนุษย์ที่รุนแรงที่สุดคือ ความรัก เพราะมันสั่งให้คนเราหลงรักคนอื่น เพื่อที่จะได้นำไปสู่การสืบพันธ์ุ ทำให้เกิดลูกหลานต่อไปเรื่อยๆ ถ้าไม่มีแรงขับนี้ เราจะไม่ร่วมเพศ และจะไม่มีลูก ทำให้ดำรงเผ่าพันธ์ุต่อไปไม่ได้ Will to Live ทำให้เราทำอะไรบ้าๆ เพราะความรักได้ทั้งที่เราเองอาจไม่ได้อยากทำ และการที่เราหลงรักใครสักคน ไม่ใช่เพราะคนนั้นเหมาะสมที่จะเป็นคู่ชีวิตของเรา แต่เป็นเพราะ Will to Live เลือกว่า คนนั้นเหมาะที่จะเป็นแม่ของลูกเรามากที่สุดโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย ชีวิตคู่จึงมักไปไม่รอดเป็นส่วนใหญ่ เพราะเรามักไม่ได้เลือกคนที่เหมาะจะอยู่กับเรามากที่สุด

AS เห็นว่า ชีวิตมนุษย์นั้นหดหู่ เพราะว่าเราเป็นแค่เครื่องมือของ Will to Live เราไม่เคยมีอิสระอย่างแท้จริง มันจึงพาเราไปสู่ความสุขชั่วครั้งชั่วคราว แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นความทุกข์

เขามองว่า ทางรอดของคนเรามีสองวิธี วิธีแรกคือ ดำรงชีวิตไม่ให้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของ Will to Live นั่นคือ ฝืนกิเลสของตัวเองให้ได้ ซึ่งก็คือชีวิตของบรรชิตนั่นเอง (ห้ามมี sex ฯลฯ) แต่คนน้อยมากที่จะเดินทางนี้ได้ วิธีที่สองคือ การหาความสุขจากศิลปะ เช่น ละคร นิยาย ดนตรี ฯลฯ ซึ่งเป็นความสุขชั่วครั้งชั่วคราวที่ชีวิตพอจะมีได้ แม้ว่าชีวิตส่วนใหญ่ก็ยังทุกอยู่ แต่อย่างน้อยก็ยังพอมีความสุขบ้าง

แนวคิดของ AS ถือว่ายิ่งใหญ่มาก เพราะมันสอดคล้องกับการค้นพบเรื่องยีน จิตใต้สำนึก หรือแม้แต่ทฤษฏีของไอน์สไตล์ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ AS ตายไปแล้วเป็นร้อยปี (AS สันนิษฐานไว้ว่า มวลน่าจะเป็นแค่รูปแบบอย่างหนึ่งของพลังงานเท่านั้น) AS ได้แนวคิดเหล่านี้มาจากการต่อยอดแนวคิดของปรัชญาตะวันตกรุ่นก่อนหน้า โดยเฉพาะ Kant เป็นการคิดโดยอาศัยการใช้เหตุผลล้วนๆ

มีคนชอบอ้างว่า AS ได้แนวคิดเรื่อง Will to Live มาจากเรื่อง กิเลส ในศาสนาพุทธ แต่ที่จริงแล้ว AS ได้แนวคิดนี้มาจากการศึกษาปรัชญาตะวันตก แล้วมาเจอภายหลังว่า พุทธและฮินดูมีแนวคิดที่คล้ายกันมาก ทำให้เขาหันมาสนใจปรัชญาตะวันออกมากขึ้น ต่างหาก

อย่างไรก็ตาม ตอนที่ AS มีชีวิตอยู่ เขาไม่ประสบความสำเร็จเท่าไร หลังจากพยายามที่จะมีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จในชีวิตรัก เขาก็ผิดหวังซ้ำซาก จนต้องหันมาใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างเงียบๆ โดยลำพัง

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*