แนวโน้มใหม่ๆ ด้านสุขภาพ

วิทยาศาสตร์สุขภาพก้าวหน้าไปมาก จนความรู้สุขศึกษาที่เคยเรียนมาตอนเด็กๆ ใช้การไม่ได้แล้ว

ยี่สิบปีที่ผ่านมาดูเหมือนวิทยาการด้านสุขภาพก้าวหน้าไปไกลมาก ขนาดที่เรียกว่าความรู้สุขศึกษาที่เคยเรียนมาตอนเด็กๆ ใช้ไม่ได้แล้ว

เรื่องแรกที่นึกออกคือ สมัยนี้เราไม่ได้โทษไขมันว่าเป็นผู้ร้ายมากเท่ากับสมัยก่อนแล้ว ที่ชัดที่สุดเลยก็คือ คลอเรสเตอรอล

การวิจัยใหม่ๆ พบว่า ปริมาณคลอเรสเตอรอลในเส้นเลือด ไม่ได้เกิดจากคลอเรสเตอรอลที่เรากินเข้าไป แต่ตับจะเป็นผู้สร้างขึ้นเอง ดังนั้น การกินคลอเรสเตอรอลมากๆ จึงไม่ได้ทำให้มีคลอเรสเตอรอลในเส้นเลือดเยอะ เมื่อก่อนนี้เราห้ามกินไข่ทุกวัน แต่สมัยนี้เราไม่ได้ห้ามเหมือนสมัยก่อนแล้ว

แถมเรายังรู้อีกว่า คอลเรอสเตอรอลในเส้นเลือดเยอะ ไม่ได้ส่งผลเสียต่อสุขภาพเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับ HDL/LDL ในเลือดมากกว่า เช่น ถ้าคลอเรสเตอรอลสูง แต่ว่า HDL ก็สูง ก็ไม่ได้ทำให้เป็นโรคหัวใจ แต่ถ้า LDL สูง แม้คลอเรสเตอรอลในเลือดต่ำ กลับมีความเสี่ยงมากกว่า

ปัจจัยที่ส่งผลต่อปริมาณ HDL/LDL นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ขึ้นอยู่กับชนิดไขมันที่เรากินเข้าไปด้วย ซึ่งเมื่อก่อนนี้ เราสอนกันว่า ห้ามกินไขมันอิ่มตัว เช่น ไขมันสัตว์ หรือน้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม และควรกินไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น แต่ปัจจุบัน เหมือนจะไม่จริงเท่าไร คำแนะนำสมัยนี้คือ กินไขมันให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และกินให้หลากหลาย ทั้งอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว เชิงซ้อน (ในอัตราส่วน 1:1:1) ไขมันโอเมก้าสาม เช่น น้ำมันปลาทะเล มีประโยชน์มาก ช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ด้วยซ้ำ แต่ไขมันที่ยังควรหลีกเลี่ยงเสมอ คือ ไขมันทรานส์

ไขมันไม่ได้เป็นผู้ร้ายอีกต่อไป ตรงกันข้าม ไขมันจำเป็นมากต่อการทำงานของสมอง และฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย เราควรกินไขมันให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ผู้ร้ายที่ทำลายสุขภาพของเราจริงๆ กลับเป็นการกินคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกินน้ำตาลบริสุทธิ์

การกินคาร์โบไฮเดรตเกินความต้องการของร่างกายคือสาเหตุหลักที่ทำให้อ้วน เพราะคาร์โบไฮเดรตส่วนเกินจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมตามร่างกาย ที่สำคัญ ถ้าอยากลดไขมันในร่างกาย ต้องลดคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก ไม่ใช่ลดไขมัน เหตุผลเป็นเรื่องของอินซูลินในร่างกายเรา

ร่างกายเราจะแทบไม่ใช้ไขมันเลย เมื่อไรก็ตามที่มีอินลูซินอยู่ในกระแสเลือด มันจะใช้แต่น้ำตาลแทน ซึ่งอินซูลินจะหลั่งออกมา เมื่อใดก็ตามที่เรากินอาหารที่มี GI Index สูง เช่น น้ำตาลและแป้งขัดขาว กลไกที่ว่านี้ทำให้คนที่กินอาหาร Low-fat กลับลดไขมันส่วนเกินไม่ได้ ในขณะที่คนที่กินอาหาร Low-carb กลับกำจัดไขมันส่วนเกินได้ดีกว่า เพราะช่วยให้ร่างกายไม่ดื้อต่ออินซูลิน ร่างกายจึงเผาผลาญไขมันได้มาก

One thought on “แนวโน้มใหม่ๆ ด้านสุขภาพ”

  1. ความรู้จำนวนมากสอนกันโดยเข้าใจว่าถูก จริงๆแล้ว การค้นคว้ายังไปไม่ถึง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*