หนังสือ Self-Help

©

เมื่อก่อนผมเคยชอบหนังสือ Self-Help แต่พอมาระยะหลังๆ ผมเกลียดหนังสือแนวนี้เอามากๆ

เพราะส่วนใหญ่จะออกแนวเร็วๆ ง่ายๆ และสัญญาว่าจะเราประสบความสำเร็จแบบเว่อร์ๆ ซึ่งก็มักจะได้ผลในทางการตลาด ก็ใครเล่าจะอยากอ่านหนังสือที่บอกว่าความสำเร็จเป็นสิ่งที่ได้มายากและต้องเข็นครกขึ้นภูเขาถึงจะได้มาบ้างล่ะ สุดท้ายแล้วก็เลยเหลือแต่หนังสือแบบนี้ เพราะคนอ่านเองนั้นแหละที่อยากอ่านแต่อะไรที่ฟังแล้วสบายใจ ไม่ได้สนใจว่ามันเป็นจริงสักแค่ไหน ก็ชีวิตทุกวันนี้มันเครียดนี่หน่า

แต่ก็มีหนังสือ Self-Help บางเล่มที่ผมชอบอยู่เหมือนกัน อย่างเช่น Outlier เพราะเป็นหนังสือที่พยายามจะบอกว่า คนที่ประสบความสำเร็จเป็นคนที่ทำงานหนักกว่าคนอื่นๆ ทั้งนั้น (แนวคิด 10000 ชั่วโมง) ซึ่งแตกต่างจากหนังสือ Self-Help ทั่วไปที่เน้นเรื่องทางลัด

อันที่จริง Gladwell ไม่ได้คิดทฤษฏีเอง แต่เอามาจากงานวิจัยของนักเขียนอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนที่เขียนหนังสือชื่อ Grit ซึ่งก็เป็นอีกเล่มที่ผมชอบ หนังสือเล่มนี้บอกว่า คนที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีคุณสมบัติสองอย่างคือ มีความเพียร และเป็นคนที่ล้มแล้วลุกขึ้นใหม่ได้ง่าย เพราะว่าหนทางแห่งความสำเร็จนั้นหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความล้มเหลวระหว่างทางเสมอ คนที่มีบุคลิกแบบนี้เท่านั้นที่จะไม่ล้มเลิกไปก่อน และนั่นก็คือหนทางแห่งความสำเร็จนั่นเอง คือพยายามไปเรื่อยๆ ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ ถ้าผิดก็อยากจิตตกง่าย พักเหนื่อยแล้วก็ลุกขึ้นสู้ต่อ

นักวิ่งมารารอนที่เข้าเส้นชัยไม่ใช่คนที่วิ่งเร็วกว่าเพื่อน แต่คือคนที่ยังวิ่งต่อในขณะที่เพื่อนๆ เลิกไปหมดแล้ว

อีกประเด็นหนึ่งที่หนังสือเรื่อง Grit อยากจะเน้น เพราะว่าเป็นจุดที่ Outlier ทำให้เกิดความสับสนกับแนวคิดนี้ เพราะหนังสือ Outlier ทำให้คนจำนวนมากเข้าใจผิดว่าแค่ทึกอย่างเดียวก็จะประสบความสำเร็จได้ แต่จริงๆ แล้ว นอกจากขยันแล้ว เราต้องปรับปรุง พัฒนา อยู่ตลอดเวลาด้วย ถ้าขยันแต่ทำซ้ำๆ อยู่แบบเดิม ผิดพลาดแล้วก็ยังทำแบบเดิมอีก ไม่หาวิธีการใหม่ๆ หรือพยายามทำให้ดีขึ้นกว่าหนที่แล้วอยู่ตลอดเวลา ก็จะไม่ประสบความสำเร็จเหมือนกัน หรือคนที่ซ้อมดนตรี เล่นแต่เพลงเดิม 10 ปี ไม่มีทางเก่งขึ้นแน่ๆ ต้องเล่นเพลงที่ยากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย สมองต้องไม่เฉื่อย ต้องคิดหาวิธีการใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิมอยู่ตลอดเวลาที่เราขยันด้วย

เคล็ดลับความสำเร็จจึงน่าจะได้แค่ ความเพียร + การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่ใช่อะไรที่เป็นทางลัดเลยแม้แต่น้อย ใครทำสิ่งนั้นเยอะกว่า และมีการปรับปรุงที่มากกว่า คนนั้นก็มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าคนอื่น มีแค่นี้จริงๆ

 

 

3 thoughts on “หนังสือ Self-Help”

  1. ถ้าเรารถติด ทุกวัน วันละ 2 ชม ครบ 10,000 ชม เราน่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความอดทน

  2. หนังสือ แนว รวย ง่าย เร็ว ทำให้นึกถึงเกม ปาลูกโป่ง สามดอก 20 บาท โดนเป้า รับตุ้กตาราคา ห้าพัน ทันที คือ เวลาเราไปเห็นพวกหนังสือ รวย ง่าย เร็ว ชื่อว่า เปลี่ยนชีวิตจากกรรมกร เป็นคนพันล้านในหนึ่งปี หรือ เงินล้านง่ายนิดเดียว ถ้าหนังสือ มันเล่มละแค่ สองร้อยบาท คุณก็ต้องอยากซื้ออยู่แล้ว คนที่ได้เงินแน่ๆคือร้านขาย ส่วนหนังสือพวกนี้ ผมอ่านมาหลายสิบเล่ม เนื้อหาไม่มีอะไรเลย คือ มันจะบอกแต่หลักการกว้างๆ เช่น จงซื่อสัต จงมีมนุษสัมพัน จงอย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค จงหาพันธมิตรการค้า สรุปคือ ไม่อ่านก็ได้ แต่อ่านก็น่าจะมีข้อดี ที่ได้ฝัน ได้กำลังใจ ชั่วคราว เดือนหน้า ไปเจอหนังสือ รวยเร็ว เล่ม ใหม่ๆอีก ก็ซื้อมาอีก บางคนอยู่ในวังวน ตระเวนซื้อหนังสือฮาวทู เป็นสิบๆปี แล้วอยู่ในโลกของความฝัน ก็มีจำนวนมาก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*