มนุษย์ยุคหินไม่ได้มีภารกิจล่าฝัน

ลองสมมติตัวเองว่าเกิดในยุคหิน ถ้าเช่นนั้นชีวิตของเราจะตามหาฝันอะไรดี?

ชีวิตประจำวันของมนุษย์ยุคหิน หลีกหนีไม่พ้นการหาอาหาร ได้แก่ การล่าสัตว์ วันละหลายชั่วโมง พอกินจนอิ่มแล้ว ก็ต้องออกไปล่าใหม่ทันทีเพื่อมื้อต่อไป เพราะมนุษย์ยุคหินยังไม่รู้จักการเพาะปลูก หรือการผลิตใดๆ ไม่สามารถตุนอาหารไว้ได้ อีกทั้งยังไม่ความไม่แน่นอนสูงที่บางวันอาจจะหาอาหารไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องล่าสัตว์ตลอดเวลาเพื่อ maximize โอกาส

อีกทั้งมนุษย์ยุคหินยังไม่มีสิ่งที่เรียกว่า อารยธรรม หรือ วัฒนธรรม พวกเขาจึงไม่มีความภูมิใจอย่างอื่น หรือมีเรื่องอื่นๆ ให้หมกมุ่น ไม่มีทีวี ไม่มีวิทยุ ไม่มีมือถือ ไม่มีหนังสือพิมพ์ ไม่มีการไปท่องเที่ยว ใดๆ ทั้งสิ้น ชีวิตจึงถูกบังคับให้โฟกัสได้กับเรื่องเดียวคือการหาอาหาร หรือมิฉะนั้นก็การระวังภัยคุกคามต่างๆ แทบไม่มีเวลาได้ทำอย่างอื่น ต้องหลังจากที่มนุษย์เริ่มหาอาหารได้มากขึ้น ที่คนเราเริ่มมี “เวลาว่าง” จึงทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าวัฒนธรรมต่างๆ ขึ้นมา จะว่าไปแล้ว วัฒนธรรม ของเป็นผลผลิตของการมีเวลาว่างมากเกินไป

ดังนั้นชีวิตของมนุษย์ยุคหินจึงไม่มีอะไรให้ภูมิใจในตัวตนได้มากนัก อย่างมากก็ภูมิใจที่หาอาหารมาแบ่งลูกเมียได้ หรืออย่างมากที่สุดก็ล่าสัตว์ตัวใหญ่ที่สุดในเผ่า หรือไม่ก็สู้กับเพื่อนบ้านแล้วชนะ ตัวเลือกของความฝันมีไม่มากนัก

ถ้ามองในแง่นี้ ก็เห็นด้วยกับนักปรัชญาบางส่วน (เช่น รุสโซ เป็นต้น) ว่าอารยธรรมความเจริญ ทำให้คนเราทุกข์ หรือชั่วร้ายมากกว่าเดิม ชีวิตยุ่งยากกว่าเดิม ไม่ใช่แค่มีข้าวกินสามมื้อก็พอ แต่ต้องมีหน้ามีตาในสังคม มีการศึกษา มีเงินซื้อมือถือ อยากดูหนัง ฟังเพลง อยากตามหาฝัน อยากมียศถาบรรดาศักดิ์ อยากเลื่อนฐานะทางสังคม อยากมีชื่อเสียง อยากหน้าตาดี เต็มไปหมดกว่าจะมีความสุขได้ เทียบกับแต่เดิมที่แค่มีกินก็จบแล้ว

บางทีภารกิจตามหาฝันอาจมีต้นเหตุมาจากความว่างหรือสบายขึ้นของมนุษย์ก็ได้ ถ้าเรายังต้องกระเสือกกระสนวิ่งหาอาหารตลอดเวลาแบบมนุษย์ยุคหิน เราอาจไม่ต้องการล่าฝันอะไรเลยก็ได้

3 thoughts on “มนุษย์ยุคหินไม่ได้มีภารกิจล่าฝัน”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*