Gen ME กับ จุดมุ่งหมายในชีวิต

สิ่งที่ Gen Me ต่างจาก Gen ก่อนหน้าของพวกเขามากที่สุดคือ Gen Me มีความเชื่อที่มีความเป็นปัจเจกมากกว่า ( vs. มีความเป็นหมู่คณะ)

คุณรุ่นก่อนหน้าพวกเขาจะมีความสุข ถ้าหากตัวเองได้เป็นส่วนหนึ่งของอะไรสักอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าตนเอง พวกเขาจึงเป็นรุ่นที่มีความยึดติดกับสถาบันทางสังคมสูงมาก ทั้ง ชาติ ศาสนา องค์กร ค่านิยม ประเพณี วิถีสังคม และยินดีทำทุกอย่างเพื่อแลกกับการยอมรับหรือเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันสังคมเหล่านั้น พวกเขายินดีทำตามสูตรสำเร็จที่สังคมกำหนดมาให้ เช่น สอบเข้าสวนกุหลาบ สอบเข้าเตรียมฯ เรียนจุฬา ทำงานบริษัทใหญ่ มีรถ มีบ้าน แต่งงาน มีลูก ไปตามสเต็ป แล้วก็ชอบบังคับให้ลูกหลานทำแบบเดียวกันต่อไปด้วย โดยไม่ต้องการตั้งคำถามต่อสิ่งเหล่านี้

ในขณะที่ GenME จะต้องการเป็นคนเลือกเส้นทางชีวิต เลือกอาชีพ เลือกไลฟ์สไตล์เอง เกลียดการโดนบีบบังคับ ฝืนใจ ให้ทำสิ่งที่ไม่ได้รัก ไม่ได้เชื่อ ไม่ได้ชอบ ตั้งคำถามกับสูตรสำเร็จของสังคมว่ามันดีที่สุดแล้วจริงเหรอ ทำไมต้องต่อสายสามัญ ทำไมต้องเข้ามหาลัยรัฐ ทำไมต้องจบปริญญาตรี ทำไมต้องทำงานประจำ ทำไมต้องแต่งงาน ทำไมต้องมีลูก ทำไมต้องเคารพธงชาติ บางคนสร้างความภูมิใจให้ตัวเองด้วยการทำตัวให้แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ไปเลยด้วยซ้ำ พวกเขายึดติดกับองค์กรที่ทำงานน้อย ไม่เคร่งศาสนา ไม่ยึดมั่นในวัฒนธรรมประเพณีเก่าๆ ยอมรับเพศทางเลือกได้ง่าย ชอบคนที่ทำตัวแปลกๆ มองว่าเป็นฮีโร่

อุปสรรคใหญ่ของการคิดแบบ Gen Me คือ บางทีการต้องการทำแต่อะไรที่ต้องรักต้องชอบเท่านั้น มันทำให้ชีวิตยาก ต่างกับ คน Gen ก่อนหน้า ที่ทำงานอะไรก็ได้ ตัวเองไม่ต้องชอบก็ได้ ขอให้ได้เงินเดือน เป็นงานที่สังคมยอมรับ หรือยกย่อง หรือแม้แต่แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักก็ได้ แต่ทำให้มีหน้าตาก็พอ คนที่พ่อแม่ชอบ อย่างนี้ ชีวิตมันจะง่ายกว่า หางานง่ายกว่า หาคู่ก็ง่ายกว่า ฯลฯ เพราะงานส่วนใหญ่ในโลกนี้ก็เป็นงานน่าเบื่อ พวกเขาจึงไม่มีปัญหาในการทำงาน เพราะงานไม่ต้องสนุกก็ได้

แต่ Gen Me จะมีเงื่อนไขในชีวิตที่มากกว่านั้น คือไม่ใช่แค่รอด ไม่ใช่แค่ได้เงิน แต่ต้องเป็นสิ่งที่รัก ที่สนุก อาจจะบอกได้ว่า Gen Me ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด คือ คนที่ได้ทำงานที่รัก แล้วงานนั้นก็สามารถทำเงินให้เลี้ยงตัวเองได้ด้วย แต่ในความเป็นจริง แม้ว่าโลกจะก้าวหน้าไปไกลมองแล้ว แต่มันก็ยังไม่สามารถรองรับความต้องการของ Gen Me ได้ เพราะงานส่วนใหญ่ในโลกนี้ก็ยังเป็นงานน่าเบื่ออยู่ (งานในโรงงาน ทำงานออฟฟิศ งานเอกสาร ฯลฯ)​ ดังนั้น สุดท้ายแล้ว Gen Me จำนวนมากก็ยังต้องทำงานน่าเบื่อ ไม่ได้ทำงานที่รักตามที่หวังไว้อยู่นั่นเอง

ทุกวันนี้ ถ้าคุณได้ทำงานที่รักแล้ว และงานนั้นก็ทำให้เลี้ยงดูตัวเองได้ด้วย คุณคือคนที่ประสบความสำเร็จในแบบ Gen Me แล้ว (โดยไม่จำเป็นเลยว่าจะต้องเป็นเศรษฐี) แต่ถ้าทุกวันนี้คุณได้ทำงานที่รัก แต่งานนั้นยังเลี้ยงตัวคุณไม่ได้อยู่ คุณก็ยังไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จ ต้องพยายามดิ้นรนต่อไป

ส่วนถ้าทุกวันนี้คุณทำงานที่ไม่ได้รักอยู่ อันนี้ไม่ว่าจะได้เงินมากเท่าไร ก็ถือว่าคุณยังไม่ประสบความสำเร็จในแบบ Gen Me คุณก็ควรวางแผนว่า จะเปลี่ยนตัวเองไปสู่งานที่รักแล้วเลี้ยงตัวเองได้ด้วยในอนาคตได้อย่างไร อาจวางเป็นแผนระยะยาวเอาไว้ แล้วพยายามไปสู่จุดนั้นให้ได้สักวัน

ทางเลือกสุดท้าย ถ้าคุณยังไม่ได้ทำงานที่รัก บางทีการลืมความฝันแบบ Gen Me ไปเสียแล้วหันไปคิดแบบ Gen เก่าก็เป็นทางเลือกอีกแบบหนึ่ง ก็คือไม่จำเป็นต้องทำงานที่รักก็ได้ ขอให้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ แล้วหาความภาคภูมิใจจากการที่เราเป็นคนที่เสียสละ ทำงานหนัก ทั้งที่ไม่ได้ชอบ เพื่อดูแลคนที่เรารัก เป็นค่านิยมแบบที่อิงกับหมู่คณะ อิงกับคนอื่น ไม่ใช่ค่านิยมปัจเจก ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายหรอก ที่จริงสุดท้ายแล้ว คนจำนวนมากก็ยังต้องเดินทางนี้ เพราะโลกนี้ไม่ได้มีงานที่ทำแล้วสนุกมากพอที่จะรองรับความต้องการของ Gen Me ได้ทั้งหมด

( ป.ล. คนมักเข้าใจว่า Gen Me หมายถึง Gen Y แต่ที่จริงแล้ว Gen Me ไม่ได้นิยามด้วยปีที่เกิด แต่ Gen Me หมายถึงคนที่มีวิธีคิดแบบนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็น Gen Y มากที่สุด มี Gen X บางส่วน และมีเบบี้บูม ที่เป็นคนแบบ Gen Me น้อยมากๆ แต่ไม่ได้หมายความว่า Gen Y ทุกคนเป็น Gen Me)

 

 

1 thought on “Gen ME กับ จุดมุ่งหมายในชีวิต”

  1. ปัจจุบันสังคมไทย ผูกขาดอำนาจไว้กับ เบบี้บูมเมอร์ ซึ่งทำให้ GEN ME อึดอัดมากเลยทีเดียว แต่เจน ต่อไปในอนาคตก็อาจแตกต่างไปจากเจนมี สุดขั้วก็ได้ เช่น เจน ที่ผสมเทคโนโลยีเข้ากับจิตใจ สำเร็จ แต่อย่างไรก็ตามทุกเจนในอนาคต คงจะพ้นจากความอดอยากหิวโหย โดยสิ้นเชิง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*