บันทึกของ Etsy Seller (2017)

สองปีผ่านไปของการทดลองขายงานไม้บน Etsy.com

มองย้อนกลับไป ก็น่าทึ่งพอสมควร เริ่มต้นด้วยความนึกสนุก ตอนนี้พอขายได้บ้างแล้ว แต่ถ้าหากจะให้ profitable ด้วย ก็ยังไปไม่ถึงจุดนั้น (หนทางนี้น่าจะยังต้องอีกไกล :p)

อุปสรรคที่ผ่านมาของการขายของใน Etsy มีเยอะมาก (ยังไม่นับอุปสรรคของการทำงานไม้เอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เริ่มต้นจาก 0 เหมือนกัน) ประการแรก ค่าส่งไปสหรัฐแพงมาก ต่อให้เรามีต้นทุนต่ำกว่าผู้ขายในสหรัฐฯ แต่พอบวกค่าส่งเข้าไปแล้ว เรากลายเป็นแพงกว่าได้ง่ายๆ ครั้นจะหาภูมิภาคอื่น เท่าที่ลองดูก็พบว่า สินค้าแนวนี้ เป็นที่นิยมใน สหรัฐ อังกฤษ แคนาดา เท่านั้น ขนาดญี่ปุ่นยังขายยากเลย ดังนั้นยังไงๆ ก็ต้องขายคนอเมริกัน

แล้วไหนจะต้องทำแต่ของที่มีน้ำหนักไม่มาก เพราะขนส่งไปต่างประเทศได้ ทำให้ตัวเลือกในการออกสินค้ามีจำกัดอีก

ประการต่อมา หลังจากเปิดร้านใน Etsy ได้ไม่นาน Etsy เองก็เกิดวิกฤตเลย เพราะพยายามจะเข้าตลาดหุ้น ทำให้ทำอะไรหลายอย่างที่แฟนๆ ไม่ชอบ มีแต่คนด่า ทราฟฟิกตก ซีอีโอลาออก หุ้นตกหนัก การฝากผีฝากไข้ของเราไว้กับ marketplace ก็มีความเสี่ยงแบบนี้ ถ้าวันหนึ่ง marketplace นั้นแย่ เราก็แย่ไปด้วย ก็ได้แต่หวังว่า Etsy จะ turnaround ได้ในที่สุด

พบว่าสินค้าแนว craft ดีไซน์สำคัญมาก ถ้าดีไซน์สวย เป็นที่ต้องการ การตั้งราคาสูงจะไม่เป็นปัญหาเลย นับเป็นข้อดีของสินค้าแนวนี้ แต่ถ้าดีไซน์ไม่ดี ต่อให้ขายถูกๆ ก็ยังขายยาก

การจัดร้านก็สำคัญมาก ถ้าสามารถสร้าง boutique experience ให้ผู้เข้าชมได้ จะมีผลต่อการซื้อมาก จำนวนสินค้าต้องมีเยอะพอ มีคอมเมนท์จากผู้ซื้อที่ดี ถ่ายภาพสินค้าสวยงาม สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลที่ทำให้เกิดการซื้อครั้งแรก ส่วนคุณภาพของสินค้าจะเป็นสิ่งที่มีผลต่อการซื้อซ้ำ

ถ้าคิดเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบไม้อย่างเดียว มาร์จิ้นจะค่อนข้างดีเลย แต่ถ้าหากคิดค่าเสียเวลา (labor cost) เข้าไปด้วยแล้ว ยังขาดทุนอยู่มาก แล้วไหนจะค่าเสื่อมเครื่องมืออีก สินค้า Handmade ใช้เวลาทำนานมาก เพราะ mass produce ไม่ได้ ถือเป็นข้อจำกัดใหญ่ของธุรกิจนี้เลย คือเป็นธุรกิจที่หวังรวยได้ยากมาก

ถ้าจะแก้ปัญหานี้ ต้องออกจากโลกของ handmade ไปเลย คือเข้าสู่วิธีการผลิตแบบ mass production เช่น ออกแบบอย่างเดียว แล้วไปจ้างร้านที่มีเครื่อง laser cutter หรือ CNC ผลิตจำนวนมากให้ เป็นต้น ซึ่งหมายความว่าต้องออกจาก Etsy ไปด้วย เพราะ Etsy ห้าม mass produce (ยังเว้นจะโกง ซึ่งก็มี Etsy seller จำนวนไม่น้อยที่โกงอยู่) หอบเอาแต่ประสบการณ์ที่ได้จาก Etsy ไปสร้างเว็บของตัวเองเพื่อขายของแบบ mass แทน

ถ้าถามใจตัวเองว่า ตอนนี้อยากทำ mass production มั้ย คำตอบคือไม่เลย ยังรู้สึกอยากเป็นส่วนหนึ่งของ craft movement อยู่ อยากเดินเส้นทางนี้มากกว่า อยากทำงานให้ปราณีตขึ้น ไม่ใช่ทำให้ได้ปริมาณเยอะๆ

เป้าหมายสำหรับ 12 เดือนข้างหน้าจึงอยากพัฒนาความปราณีตให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ให้ไปถึงจุดที่พอใจก่อน จึงอยากให้อยู่ในโหมดของธุรกิจกึ่งงานอดิเรกต่อไปก่อน ถ้าขายได้แค่ 25 ชิ้นต่อปีก็ถือว่าโอเค เป็นงานที่ทำแล้วรู้สึกสนุก ไม่ใช่ทำแล้วเครียด

ส่วนเรื่องที่จะขายให้ได้มากขึ้น เช่น 100 ชิ้นต่อปี ยังไม่ทิ้ง แต่ขอเก็บไว้เป็นเป้าหมายปีถัดๆ ไปหลังจากที่ได้พัฒนาความปราณีตถึงระดับที่พอใจแล้ว ยังไงกำไรก็ยังเป็นเป้าหมายหนึ่งที่สำคัญ เพราะถ้าไม่มีกำไร ก็ไม่ยั่งยืน ก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าในอนาคต คิดต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงแล้ว ทำให้มีกำไรได้ (และยังคงความเป็น craft อยู่) จึงจะถือว่าสอบผ่าน ส่วนต้นทุนค่าเสื่อมต้องถือว่าเป็นต้นทุนส่วนงานอดิเรกที่เราทำเล่นเอง

1 thought on “บันทึกของ Etsy Seller (2017)”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*