Moonwalking with Einstein โดย Joshua Foer

ก่อนอื่นขอบอกว่าชื่อหนังสือเล่มนี้เป็น misnomer หนังสือไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับไอน์สไตน์เลย แต่คนเขียนคงเข้าใจการตลาดว่าคำว่าไอน์สไตน์เป็นคำที่ขายได้ ก็เลยจงใจใส่คำนี้ไว้ในชื่อหนังสือดื้อๆ เลย

หนังสือแนว pop science เล่มนี้เป็นหนังสือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์เกี่ยวกับความจำ

มีแนวคิดหลายอันในหนังสือเล่มนี้ แต่แนวคิดที่สะดุดผมที่สุดน่าจะเป็นแนวคิดที่ว่า หลังยุคของกูเกิล คนเราเปลี่ยนวิธีการอ่านหนังสือไปโดยสิ้นเชิง

ก่อนหน้านี้จุดประสงค์หลักอันหนึ่งของการอ่านหนังสือคือการท่องจำ เราไม่ได้มีหนังสือให้อ่านมากนัก เพราะมันไม่ได้มีอยู่ทั่วไปเหมือนยุคอินเตอรเน็ต ดังนั้นถ้าเราจะอ่านสักเล่ม เราก็มักจะตั้งใจอ่านอย่างถ้วนถี่ อ่านช้าๆ และในหลายกรณี เราอ่านซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้ง บางทีเราถึงกับจำได้เลยว่าข้อความบางตอนในหนังสืออยู่ตรงหน้าไหน การท่องจำได้เป็นสิ่งที่มีค่าในสมัยก่อน เช่น คนที่จำพระคัมภีร์ได้ทุกบท สามารถดึงออกมาอ้างอิงได้เลย เป็นต้น  แต่สมัยนี้มีอะไรให้อ่านเยอะมาก และเข้าถึงง่ายมาก เราจึงไม่ท่องจำอีกต่อไป เราพยายามอ่านหนังสือแบบเอาแนวคิด และพยายามจะไม่จำรายละเอียดใดๆ เลย เพราะเราคิดว่า เราจะกลับมาค้นรายละเอียดเหล่านั้นได้ง่ายๆ ด้วยกูเกิล จะจำไปทำไมกัน กลายเป็นการอ่านหนังสือแบบข้ามๆ อ่านเร็วๆ อ่านให้ได้จำนวนเล่มมากที่สุดเข้าว่า เราจำเนื้อหาในหนังสือเล่มล่าสุดที่เพิ่งอ่านจบไปแทบไม่ได้ด้วยซ้ำ

เมื่อสมองของเราถูกใช้ฝึกจดจำในการอ่านน้อยลง เราก็เริ่มจำอะไรยากขึ้น คนสมัยก่อนจำเบอร์บ้านของเพื่อนได้ร่วมร้อยเบอร์ แต่คนสมัยนี้จำเบอร์ตัวเองยังไม่ค่อยจะได้เลย ความสามารถในการใช้ความจำของเราจึงลดลงมากในยุคกูเกิล

บางทีเราอาจจะคิดว่า เหรอ แล้วไง ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ถ้าอยากรู้เมื่อไรก็ค่อยไปเปิดกูเกิลก็ได้นิ ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์สิ แต่ผมว่าผลกระทบมันไม่ได้มีแค่นั้น เพราะเวลาที่เราจะต้องคิดแบบสังเคราะห์ หรือใช้ความคิดสร้างสรรค์ เราจำเป็นต้องมีข้อมูลดิบจำนวนหนึ่งอยู่ในหัวเรา ในขณะที่เราคิดด้วย เพราะเราจะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลดิบเหล่านั้นเข้าด้วยกันเพื่อสังเคราะห์สิ่งใหม่ได้ แต่พอเราไม่ยอมจำอะไรไว้ในหัวเลย เวลาที่เราต้องการไอเดียใหม่ๆ เราจะคิดอะไรไม่ออก เพราะว่าข้อมูลดิบทั้งหมดไม่มีอยู่ให้หัวเลย จะเข้าถึงทีก็ต้องออกไปค้นที่กูเกิล เมื่อเราไม่เคยเห็นข้อมูลเหล่านั้นพร้อมๆ กันในหัว เราก็จะไม่สามารถสร้างการเชื่อมโยงได้

ซึ่งนั่นเป็นหนึ่งในข้อสันนิษฐานของผมว่า ทำไมช่วงหลายปีหลังๆ ผมรู้สึกว่าผมเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ลดลงมาก โดยเฉพาะหลังจากเล่นโซเซียลทุกวัน (ข้อสันนิษฐานอื่นๆ ก็อาจจะเป็นเพราะว่าแก่ลง) ซึ่งเป็นปัญหาหลักในชีวิตของผมเวลานี้เลย

เดี่ยวนี้ผมพยายามกลับมาเป็นคนอ่านหนังสือช้าๆ แต่ก็พบว่า เวลาที่เราจะต้องเล่นโซเซียลทั้งวัน แล้วอ่านหนังสือไปด้วยแบบช้าๆ มันทำยากมาก เหมือนสมองของเราจะถูกฝึกให้ชินกับแบบใดแบบหนึ่งได้เท่านั้น ไม่สามารถถนัดทำทั้งสองอย่างแบบสลับไปสลับมาได้ทั้งวัน


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*