ส่ิงทีมีชีวิตที่เรียกว่า Consumer

โดยเนื้อแท้แล้ว มนุษย์เรามีความแตกต่างกัน ไม่มีใครเหมือนใคร ทุกคนมีเอกลักษณ์และคุณค่าในตัวเองทั้งนั้น

แต่ที่ผ่านมา คนเราถูกทำให้เหมือนกันอยู่ตลอด สมัยก่อนก็โดยผู้ปกครอง ที่อยากให้พลเมืองทุกคนคิดเหมือนๆ กัน จะได้ปกครองได้ง่ายๆ แต่สมัยนี้ นอกจากผู้ปกครองแล้ว บริษัทธุรกิจ ยังเป็นอีกภาคส่วนหนึ่งที่ต้องการสร้างพลเมืองที่เหมือนๆ กันจำนวนมากๆ เอาไว้บริโภคสินค้าของบริษัท เพื่อทำให้ธุรกิจเติบโตได้เยอะๆ ด้วย

ถ้าผู้หญิงทุกคนอยากขาวเหมือนกันหมดทั้งประเทศ บริษัทผลิตเครื่องสำอางก็ทำสินค้าง่ายกว่ามั้ย ทำออกมาแค่แนวเดียว จำนวนบริโภคต่อหน่วยก็เยอะๆ ทำให้เกิดการประหยัดต่อขนาดในการผลิต เป็นการลดต้นทุน และเพิ่มยอดขายในเวลาเดียวกัน ง่ายกว่าการที่ผู้หญิงแต่ละคนมีรสนิยมไม่เหมือนกัน บางคนอยากขาว บางคนอยากดำ บางคนไม่อยากทั้งสองอย่าง แบบนี้เอาใจลำบาก ยิ่งถ้าไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากเหมือนกันเลยสักคน ยิ่งยาก เพราะไม่สามารถทำ market segmentation ใดๆ ได้เลย

ดังนั้น บริษัทจึงต้องโหมโฆษณา เพื่อสร้างค่านิยมอะไรสักอย่าง เพื่อให้ทุกคนอยากมีอยากเป็นในแบบที่เหมือนกันๆ กันให้มากที่สุด จะได้ผลิตสินค้าออกมาตอบสนองได้ง่ายๆ ถ้าโฆษณายังไม่เวิร์กก็ต้องมาในรูป พีอาร์ หรือ Advertorials แทน หรือไม่งั้นก็ต้องจ้างเซเลบ เน็ตไอดอลเชียร์ จ้างสถาบันวิจัยออกบทวิจัยอวย ทำยังไงก็ได้ ให้ควบคุมความคิดของผู้บริโภคให้ได้

ผู้บริโภคในอุดมคติของภาคธุรกิจ นอกจากจะชอบอะไรเหมือนๆ กันแล้ว ยังต้องมีรายได้ประจำแน่นอน เป็นมนุษย์เงินเดือนดีที่สุด ถ้าเป็นพวกฟรีแลนซ์ หรือ SME ต่อไปอาจจะกลายมาเป็นคู่แข่งทางธุรกิจได้ ภาคธุรกิจอยากให้พลเมืองเป็นแค่ผู้ซื้อสินค้าอย่างเดียว ไม่ทำอะไรด้วยตนเอง ซื้อเอาหมดทุกอย่าง ทำอะไรเองไม่เป็นเลยจะดีมากๆ ทำอาหารกินเองไม่ได้ ซ่อมแอร์ไม่เป็น ตัดหญ้าไม่เป็น ใช้สว่านไม่เป็น เปลี่ยนยางรถยนต์ไม่เป็น เพื่อที่จะได้ซื้อทุกอย่าง บริษัทจะได้ขายของได้ ภายใต้ความเชื่อของตัวผู้บริโภคเองว่า ชีวิตชั่งมีความสะดวกสบาย เพราะเทคโนโลยี เราไม่ต้องทำอะไรเลย แค่หาเงินให้ได้อย่างเดียว ก็พอ

มนุษย์ consumer นอกจากจะทำอะไรไม่เป็นแล้ว ยังไม่ชอบการลงมือทำอะไรด้วย พวกเขาอาจจะนั่งอยู่เฉยๆ ทั้งวัน และสั่งการทำอย่างผ่านไอแพด พวกเขาอาจบอกว่าพวกเขาชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ แต่กลับเล่นฟุตบอลไม่เป็น (แค่ดูบอลอย่างเดียว เล่นไม่เป็น) พวกเขาอาจชอบดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ แต่กลับเล่นดนตรีไม่เป็นสักอย่างเดียว หรือบางคนแม้แต่ร้องเพลงก็ไม่ได้ด้วย (แค่ซื้อฟังอย่างเดียว) พวกเขาอาจวิจารณ์ภาพยนตร์ได้อย่างละเอียดละออ เหมือนเป็นคนที่มีความรู้สึกเรื่องหนังเป็นอย่างดี มีรสนิยม เป็นคนหนัง จับผิดหนังได้หมด แต่ว่าให้ผลิตหนังสักเรื่องด้วยตนเอง กลับทำไม่เป็นเลย วิจารณ์ได้อย่างเดียว พวกเขาชอบวิจารณ์พฤติกรรมของดารา บริการของบริษัท หนัง เพลง ใส่โซเซียลเน็ตเวิร์ก เพราะทำให้รู้สึกเหมือนกับตัวเองเป็นพระเจ้า ทั้งที่พวกเขาทำสิ่งเหล่านั้นไม่เป็นเลย เป็นคนที่มองว่าปัญหาอะไรก็แก้ง่ายไปหมด ทุกอย่างดูเป็นเรื่องง่ายๆ ทำไมคนอื่นทำไม่ได้ แต่เมื่อเวลาที่พวกเขาจำเป็นจะต้องลงมือทำอะไรบางอย่างด้วยตัวเองจริงๆ เช่น สร้างธุรกิจของตัวเอง พวกเขาจะล้มเลิกมันไปอย่างรวดเร็ว เพราะพบว่าไม่มีอะไรง่ายอย่างที่คิด และพวกเขาก็ไม่เคยชินกับการอยู่ท่ามกลางสิ่งที่เต็มไปด้วยปัญหามาก่อน

คนที่ทำอะไรเองไม่เป็นเลยสักอย่าง ก็มักจะไม่เหลืออะไรไว้ให้ภาคภูมิใจในตัวเองจริงๆ เป็นคนขาด identity เป็นพวก identity crisis รู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างในชีวิต แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร บางทีพวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะภูมิใจจากอะไรได้แล้ว ก็เลยทำให้มักจะเป็นคนที่ภูมิใจในตัวเองได้แค่การเป็นคนที่หาเจอข่าวอะไรในเน็ตก่อนคนอื่น ดูคลิปนั้นคลิปนี้ที่เจ๋งๆ แล้วก่อนคนอื่น พวกเขาอาจจะอวดว่าเจอเว็บนั้นเว็บนี้ตั้งนานแล้ว ทำไมคนอื่นเพิ่งมาฮิต หรือรู้จักคลิปนี้นานแล้ว และรู้สึกโมโหว่าทำไมเพื่อนถึงส่งลิงค์มาให้เขา เหมือนเป็นการดูถูกว่าเขายังไม่รู้จัก ที่พวกเขาเป็นแบบนั้นเพราะว่าเขาทำอไรเองไม่เป็นเลยสักอย่าง จนเหลือเพียงแค่ความภาคภูมิใจในตัวเองจากการเจอผลงานของคนอื่นในอินเตอร์เน็ต เท่านั้นเอง

2 thoughts on “ส่ิงทีมีชีวิตที่เรียกว่า Consumer”

  1. สาเหตุที่คนในสังคมพิกลพิกาลทางความคิด คงเพราะ ภาครัฐ และภาคธุรกิจ โหมโฆษณา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*