Identity Crisis

เรากำลังอยู่ในโลกแบบหนึ่ง แต่ความคิด ความหวัง ค่านิยมของเรา เป็นอีกแบบหนึ่ง

 

เคยเขียนถึงเธอคนนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่วายต้องเขียนถึงอีกครั้ง เมื่อได้อ่านสัมภาษณ์ของเธอครั้งใหม่ โดยนิตยสาร Momentum

ผมว่าเธอเป็นคนที่มีความคิดล้ำหน้ามากจริงๆ เป็นความคิดที่หลายๆ คนอ่านแล้วอาจจะไม่เข้าใจอะไรเลยก็ได้

เราอยู่ในโลกยุค Identity Crisis สูตรสำเร็จที่คนสมัยก่อนเคยใช้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจตอนนี้มันเบลอไปหมดแล้ว ถ้าถูกถามว่าคุณทำอาชีพอะไร คนยุคเจน Z จะตอบได้ยากขึ้น เพราะอาจจะมีหลายอาชีพ หรือเป็นฟรีแลนซ์ หรือความฝันของคนเจน Y ที่จะซื้อรถสปอร์ต หรือเป็นเจ้าของคอนโด ตอนนี้มันเป็นไปได้ยากสำหรับคนส่วนใหญ่ เพราะสภาพทุกอย่างมันไม่เอื้อแล้ว การทำธุรกิจส่วนตัวยิ่งไม่ต้องพูดถึง บริษัทยักษ์ใหญ่กินไปหมดจนไม่เหลือให้คนตัวเล็กฝันได้แล้ว การแต่งงานก็เช่นกัน จะมีสักกี่คนที่แต่งงานมีลูก ตามสูตรเหมือนคนสมัยก่อนได้สำเร็จ อัตราการหย่าร้างสูงขึ้นจนน่าตกใจ พูดง่ายๆ ก็คือ เราไม่เหลืออะไรให้ภาคภูมิใจตามสูตรสำเร็จที่คนยุคเก่าปลูกฝังแล้ว แต่เราก็ยังพยายามไขว่คว้ามันอยู่ แทนที่จะหันมามองว่า โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว

ที่ศาสนาแนวสุดโต่งในยุคนี้มันกลับมา ส่วนหนึ่งก็เพราะปัญหานี้แหละ คนที่อยู่ไม่ได้กับโลกที่ไม่มี Identity ที่ชัดเจนให้ยึดเกาะ เลยหันไปหาศาสนาอีกครั้ง เพราะมันเป็นที่ยีดเหนี่ยวจิตใจที่บริโภคได้ง่ายที่สุด

ที่จริง เด็กเจน Z ไม่มีปัญหาหรอก เพราะเขาเกิดมาโลกก็เป็นแบบนี้ไปแล้ว คนที่มีปัญหาในยุคเจน Z คือ คนเจน X,Y ที่ยังยึดติดกับค่านิยมเดิมๆ อยู่ มิหน่ำซ้ำ เราเอาสิ่งที่เราคิดว่าดีสำหรับยุคของเรา ไปยัดใส่เจน Z อีกต่างหาก เพราะเราคิดว่าพวกเขาไม่เอาไหน พวกเขามีปัญหา แต่จริงๆ แล้ว เราเองคือพวกที่มีปัญหา

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*