สงครามบัตรเงินสด

ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่เห็นประโยชน์ที่ชัดเจนของการใช้บัตรเงินสดเท่าไร อย่างมากก็แค่ช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาทอนเงิน หรือต่อคิวนาน ซึ่งสำหรับหลายๆ คนแล้ว ประโยชน์ตรงนี้ไม่ค่อยมีนัยสำคัญนักเมื่อเทียบกับการที่เราจะต้องจ่ายเงินออกไปก่อนที่จะซื้อของจริง ซึ่งผิดหลักการเงินเรื่อง Time Value of Money ด้วย

ตรงข้ามกับบัตรเครดิต ซึ่งถ้าเราจ่ายเต็มเสมอ เราจะได้เงินมาหมุนฟรีๆ เป็นเดือน แถมได้แต้มสะสมอีกต่างหาก น่าแปลกที่ตอนแรกๆ บัตรเครดิตดูเป็นแนวคิดที่ไม่ค่อย make sense แต่เพราะมันถูกพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง มานานจนกลายเป็นแนวคิดที่ทุกคนใช้ในที่สุด

ที่ประหลาดกว่านั้นคือ บัตรเงินสดหลายตัว นอกจากจะต้องจ่ายเงินสดออกไปก่อนแล้ว ยังต้องเสียค่าทำบัตรแพงมากอีกต่างหาก ในขณะที่บัตรเครดิตลดแลกแจกแถมให้เราทำฟรีๆ ด้วยซ้ำ บัตรเงินสดเลยยิ่งไม่ค่อยน่าใช้เข้าไปอีก

แต่เอาเข้าจริงๆ ผมก็เผลอใช้บัตรเงินสดเยอะอยู่เหมือนกัน เหตุผลหลักๆ น่าจะเป็นเพราะมีโปรโมชั่นลดราคาพ่วงมาด้วยมากกว่า ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในระยะยาว ซึ่งไม่สามารถมีโปรโมชั่นแรงๆ ได้ตลอดไป บัตรเงินสดจะไปได้สักแค่ไหน เพราะผู้บริโภคยังหาเหตุผลในการใช้ที่เป็นเหตุผลในตัวของบัตรเงินสดเอง ไม่ใช่เพราะโปรโมชั่น ไม่ค่อยจะได้สักเท่าไร

บัตรเงินสดมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่เป็นการ์ดเติมเงิน เป็น App หรือเป็นบัตรเดบิตของธนาคารพาณิชย์ จะว่าไปแล้วธุรกิจนี้ก็ทับซ้อนกับธุรกิจเงินฝากของธนาคารอยู่เหมือนกัน แต่บัตรเงินสด แย่กว่า เพราะ Refund ไม่ได้ ต่างจากบัตรเดบิตที่เป็นบัญชีออมทรัพย์ย่อมเบิกถอนได้ตลอดเวลา ไม่ถูกผูกมัด

อึม ทำไมเจอแต่เหตุผลที่ไม่ควรใช้บัตรเงินสดก็ไม่รู้

ผมพบว่า บัตรเงินสดที่ผมใช้เยอะที่สุดตอนนี้คือ Rabbit Card เพราะลดราคาสินค้าอื่นๆ ได้เยอะมาก ต้องยอมรับว่า BTS หาพันธมิตรร่วมได้เยอะดี โดยเฉพาะ Mc Donald’s นี่ลดได้เยอะมาก (แปลกดี ก็ไม่รู้ว่าแมคไทยได้อะไร)

แต่ไม่นานมานี้ก็มีดราม่าเรื่องไม่ให้ใช้เครดิตการ์ดเติมเงินได้แล้ว สงสัยทางบริษัทเริ่มคิดว่าถึงเวลาต้องหากำไรแล้ว ก็เลยไม่รู้ว่าความน่าใช้ของบัตรจะลดลงไปเรื่อยๆ ต่อจากนี้หรือไม่

การจับมือกับ Line Pay ของทาง Rabbit Card ยังไม่เห็นประโยชน์เท่าที่ควร เพราะไม่เห็นว่าจะรวมกระเป๋าเงินกันได้สักที ตัว Line Pay เองมีข้อดีคือใช้ซื้อของออนไลน์ได้เยอะมาก ทั้ง Lazada, SE-ED, Major Cineplex, Officemate ได้หมด แต่มาคิดดูดีๆ ไม่มีประโยชน์เท่าไรสำหรับคนที่มีบัตรเครดิต เพราะร้านค้าออนไลน์เหล่านั้นรับบัตรเครดิตอยู่แล้ ไม่รู้จะต้องจ่ายผ่าน Line Pay ทำไม อาจจะดีสำหรับเด็กนักเรียนที่ยังไม่มีบัตรเครดิตเท่านั้น และที่แปลกอีกอย่างก็คือ Line Pay สามารถจ่ายเงินด้วยกระเป๋าเงิน หรือด้วยบัตรเครดิตที่เราผูกไว้ก็ได้ แต่กลับพบว่า มีหลายร้านค้าโดยเฉพาะร้านค้าออฟไลน์ ที่รับ Line Pay แต่ต้องจ่ายเงินด้วยกระเป๋าเงินเท่านั้น จ่ายด้วยบัตรเครดิตที่ผูกไว้ไม่ได้ ทำให้คนที่ชอบใช้บัตรเครดิตสะสมแต้มอย่างผม รู้สึกว่า แทบไม่มีประโยชน์

ยังไงก็ต้องถือว่าทำได้ดีกว่า MRT ซึ่งเป็นคู่แข่ง บัตร MRT เป็นได้แค่ตั๋วโดยสารอย่างเดียว ทั้งที่น่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้ แถมบัตรบัตรเดบิตของธนาคาร (KBANK) ที่ผูกกับ MRT ได้ ก็มีค่าธรรมเนียมรายปีแพงหูฉี่ ส่วนบัตรแมงมุมของรัฐนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เลื่อนแล้วเลื่อนอีก ทำให้สงสัยว่า พอใช้แล้ว จะเวิร์กสักแค่ไหน ขนาดแค่เริ่มต้นยังไม่เวิร์กเลย

ซีพี เป็นอีกค่ายที่สนใจธุรกิจบัตรเงินสดมานานแล้ว เริ่มตั้งแต่ Smart Purse ของ 7-11 ซึ่งค่าทำบัตรค่อนข้างแพง ทำให้ผมเลิกใช้ไป หันมาลองใช้ True Wallet ในช่วงหลัง เพราะเป็นทั้งทรูมันนี่และใช้ซื้อของใน 7-11 ได้เหมือนกัน แต่ต่อมาก็ดูเหมือนว่าค่ายนี้จะทำหลายบัตรมากเกินไป ไม่ focus ไม่มีพลัง ตอนนี้ก็ไปจับกับ Alipay และ WeChat อีก ทำให้ขาดความเชื่อมั่น เพราะไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้ว บัตรของค่ายตัวเองจะยังมีอนาคตอยู่หรือเปล่า แต่ยังไงก็ตาม ถ้าเทียบกับคู่แข่งคือ AIS mPay แล้วก็ยังถือว่าดีกว่ามาก เพราะรายหลังนี่ใช้งานยากมาก ไม่เป็นธรรมชาติ ทั้งที่การเป็นผู้ให้บริการมือถือน่าจะมีอำนาจทางการตลาดสูงมาก เพราะมีคนครึ่งประเทศเป็นลูกค้า ทำให้ทำธุรกิจบัตรเงินสดได้ดี แต่ก็ยังไม่เห็นทำได้ดีเท่าที่ควรจะเป็นเลย

พวกธนาคารเองก็แข่งขันด้วยการออกบัตรเดบิต ที่ใช้ซื้อของได้ง่ายๆ ด้วยการแตะบัตร ข้อดีของการใช้บัตรเดบิตคือ ไม่ต้องคอยถอนเงินจากออมทรัพย์มาเติมเงินในบัตรเงินสดอีกต่อหนึ่ง เพราะว่าเป็นบัญชีเดียวกันอยู่แล้ว

บัตรเดบิตสมัยนี้แข่งขันกันมีลูกเล่น เช่น ใช้เติมเงิน BTS, MRT, 7-11, Line Pay ได้ด้วย ช่วยให้ประหยัดเนื้อที่ในกระเป๋าเงินไปได้อีกหนึ่งช่อง แต่ถ้าโดนเครื่องเอทีเอ็มกินบัตรไป ก็จะทำให้ใช้งานบัตรเงินสดไม่ได้ไปด้วย ไปๆ มาๆ กลับชอบ paywave ซึ่งเป็นบัตรเครดิตมากกว่า เพราะว่าได้สะสมแต้มไปด้วย

อีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ Apple Pay, Samsung Pay เพราะคนจำนวนมหาศาลมีมือถือเหล่านี้อยู่ในมืออยู่แล้ว จึงเป็นข้อได้เปรียบมหาศาลที่จะทำบัตรเงินสด แต่ผู้เล่นสองรายนี้ก็ฉลาดพอที่จะสร้างระบบที่พึ่งพาบัตรเครดิต แทนที่จะเป็นระบบปิดของตัวเอง เพื่อให้เกิดแนวร่วมในการทำธุรกิจ โอกาสสำเร็จจะได้มีมาก แต่ก็น่าเสียดายที่ดูเหมือนประเทศไทยจะไม่ใช่ Priority ของแบรนด์มือถือเหล่านี้ ทำให้ไม่ค่อยรุกตลาดเท่าที่ควร

ผู้เล่นในตลาดนี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วตลาดนี้จะเป็นอย่างไร น่าติดตามครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*