ระบอบกูรู

มนุษย์มีความเป็นอยู่ดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งเกิดจากหลักการแบ่งงานกันทำ (Division of Labors) ตัวอย่างเช่น สมัยก่อนทุกบ้าน ปลูกผัก ล่าสัตว์ เลี้ยงปลา ก็มีวิถีชีวิตประมาณหนึ่ง แต่พอแต่ละบ้านหันมาทำแค่อย่างเดียว เช่น บ้านหนึ่งปลูกผักอย่างเดียว อีกบ้านล่าสัตว์อย่างเดียว แล้วเอาผลผลิตที่ได้มาแลกกัน การทำอย่างเดียวทำให้ทำได้ดีกว่า มากกว่า เยอะกว่า พอเอามาแลกกัน ทุกคนก็ได้บริโภคเยอะขึ้น โดยที่ใช้เวลาทำงานเท่าเดิม

โลกสมัยใหม่มีการแบ่งงานกันทำมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ละคนทำอาชีพที่เฉพาะมากๆ ทำแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรแปลก แต่มีการแบ่งงานกันทำอย่างหนึ่งในโลกสมัยใหม่ที่ผมว่าแปลกมากคืออาชีพ ผู้เชี่ยวชาญ

อาชีพผู้เชี่ยวชาญสมัยนี้แบ่งงานกันทำมากจะถึงขนาดเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างเดียวโดยที่ไม่ต้องลงมือทำสิ่งที่เชี่ยวชาญนั้นเลย กูรูการตลาดสมัยนี้ไม่เคยทำธุรกิจ พี่อ้อยพี่ฉอดไม่เคยมีแฟน พวกเขาเพียงแต่ฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้ที่ตอบคำถามในเรื่องนั้นๆ ได้เก่ง ฟังแล้วคมกริบ ดูน่าเชื่อถือ แล้วใช้เวลาทั้งหมดไปกับการแนะนำผู้อื่นอย่างเดียว โดยที่ไม่เคยลงมือทำสิ่งนั้นๆ เองเลยก็ได้ เพื่อประหยัดเวลา และช่วยให้ทำเงินได้มากกว่าเร็วกว่า

แต่ปัญหาก็คือ แล้วคำแนะนำเหล่านั้นจะใช้ได้จริงๆ เหรอ ในเมื่อคนที่แนะนำเป็นแค่นักพูด หรือนักจิตวิทยามวลชน มีทักษะในการทำให้คนเชื่อถือเฉยๆ แต่ว่าไม่เคยลงมือทำสิ่งนั้น บ่อยครั้งที่ทฤษฏีกับปฏิบัติต่างกัน คำแนะนำที่ฟังดูดีบ่อยครั้งก็ใช้ไม่ได้จริง คนพูดเก่งอาจจะทำไม่เก่ง ในขณะที่คนทำเก่งอาจเป็นคนที่พูดไม่เก่ง (ซึ่งส่วนมากก็มักจะเป็นแบบนั้นเสียด้วย)​ หรือบางทีก็อาจเป็นเพราะคนฟังเองที่แค่อยากฟังอะไรที่สร้างแรงบันดาลใจ เลยต้องการคนที่พูดได้คมๆ โดยที่คำพูดเหล่านั้นไม่ต้องใช้ได้จริงเลยก็ได้ เพราะคนฟังแค่อยากเสพย์ความฝัน ไม่ได้อยากลงมือทำจริงๆ

One thought on “ระบอบกูรู”

  1. เคยเห็นกูรูหลายคน เอาข้อมูลในกูเกิ้ลมายำ แล้วตอบคำถามในสำนวนตัวเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*